ความร่วมขององค์กรพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยว

ประเทศญี่ปุ่น ต้นกำเนิดดอกซากุระ ขึ้นชื่อว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลากหลาย มีวัฒนธรรมที่เก่าแก่ มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มีธรรมชาติที่สวยงาม นักท่องเที่ยวที่มาเยือนต่างชื่นชอบ และไม่มีวันลืม ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และวัฒนธรรมการกินที่มีความหลากหลาย จึงเป็นเสน่ห์ที่น่าจดจำอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น และเป็นความใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวอีกหลายคนที่จะต้องมาเที่ยวให้ได้สักครั้ง แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี้ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งแปซิฟิกโทโฮะกุ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา นับเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ได้มีการบันทึกไว้ ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิพัดเข้าทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเสียหายไปไม่น้อย ส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน นับว่าเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างมาก ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความหวาดกลัว ต่างยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้เองทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นจึงต้องใช้กลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจเข้าฟื้นฟูตลาดการท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน โดยต้องอาศัยความร่วมมือใหม่ขององค์กรต่างๆ เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่น และจูงใจให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นส่งข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โดยตรงกับนักท่องเที่ยวทั่วไปในตลาดหลัก เร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความไว้วางใจและเชื่อมั่น ด้วยความร่วมมือขององค์กรภาคต่างๆภายในประเทศ และนอกประเทศ รวมทั้งบุคลากรภายในประเทศที่มีความสามารถมากมาย อีกทั้งคนในประเทศเองถูกปลูกฝังให้เป็นประชาชนผู้รักชาติอันดับต้นๆของโลก ซึ่งทำให้การฟื้นฟูส่วนต่างๆที่เสียหาย อาทิเช่น อาคาร บ้านเรือน เศรษฐกิจ ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการท่องเที่ยวเองที่ชาวญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าสำหรับคนไทยทำให้คนไทยเข้ามาเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ด้วยความร่วมมือมากมายทำให้พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายกลับมามีสภาพคงเดิมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกครั้ง เพราะจากการประชาสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือ ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัย

 Go to post page

March 31st, 2014 by admin

รื่นรมย์ชมซากุระที่สวนฮานะมิยามะ จังหวัดฟุกุชิมะ

ฮานะมิยามะ คือ สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนเนินเขาฟุกุชิมะ อาซุมะ ที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกสวนไร่นาของชาวบ้านที่อาศัยอยู่นอกเขตชนบท ภายในจังหวัดฟุกุชิมะ โดยจุดเริ่มต้นของสวนแห่งนี้เกิดจากเกษตรกรในท้องถิ่น ที่นิยมปลูกไม้ดอกไม้ประดับบนเนินเขารอบ ๆ ที่ดินของพวกเขา โดยเฉพาะดอกซากุระซึ่งมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน กระทั่งต้นไม้ดอกไม้เหล่านั้นเติบโตขึ้นและออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งเนินเขา จนในที่สุดพื้นที่บริเวณนี้ก็ถูกตั้งให้เป็นสวนสาธารณะในปี ค.ศ. 1959 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นักท่องเที่ยวมากมายต่างแห่แหนมาชมดอกซากุระที่นี่อย่างเนืองแน่นเป็นประจำทุกปี โดยช่วงพีคของฤดูกาลออกดอกของซากุระที่สวนฮานะมิยามะนั้น คือ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนไปจนถึงปลายเดือน ซึ่งดอกซากุระทุก ๆ สายพันธุ์จะเบ่งบานสะพรั่งพร้อม ๆ กันไปทั่วทั้งหุบเขา รวมไปถึงดอกไม้อื่น ๆ อีกจำนวนมาก ทั้งอุเมะ (ดอกบ๊วย) ริงโกะ (ดอกแอปเปิล) ซึซึจิ (ดอกอาซาเลีย) ฯลฯ ที่มีการปลูกล้อมรอบเนินเขาแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ก็จะพากันแตกดอกออกผลจนก่อเกิดเป็นทัศนียภาพอันสวยงาม ที่นักท่องเที่ยวต้องไปสัมผัสด้วยตาของตัวเอง สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสวนสาธารณะแห่งนี้ในช่วงเทศกาลดอกซากุระ คนส่วนใหญ่จะเดินทางโดยใช้บริการรถรับส่งจากสถานีฟุกุชิมะหรือสถานีอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอันมีจุดหมายปลายทางที่สถานีฮานะมิยามะ จากนั้นนักท่องเที่ยวต้องเดินขึ้นเขาไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยดอกไม้เรียงรายเต็มสองข้างทาง ซึ่งข้างบนนั้นถือเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นสีสันแห่งฤดูใบไม้ผลิได้ในแบบพาโนรามา ที่หาชมได้ยากยิ่ง

 Go to post page

December 25th, 2013 by admin

เชียงคาน นั้นมีอะไรดี หลายๆคนถึงอยากไปเที่ยวกัน

เสียงลือเสียงเล่าอ้างคงไม่เท่าตาเห็น เลยตัดสินใจไปดูให้เห็นแก่ตา สัมผัสให้รู้แก่ใจ ว่าทำไมใครๆ ถึงพูดถึงเมืองเล็กๆ ริมฝั่งโขงที่ชื่อ “เชียงคาน” แห่งนี้ และใครที่อยากไปพิสูจน์และสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเล็กๆ แห่งนี้เหมือนกันกับเรา หนาวนี้เชียงคานก็พร้อมรอต้อนรับทุกคนอยู่ เก็บกระเป๋าแล้วตามเราไปเที่ยวเชียงคานกัน เรามีทุกอย่างที่คุณอยากรู้และต้องรู้เกี่ยวกับการไปเที่ยวที่นี่มาให้พร้อมแล้ว เชียงคาน…เป็นยังไง? เชียงคานอยู่ที่จังหวัดเลย เมืองที่มีดีหลากหลายทั้งธรรมชาติงดงามและวัฒนธรรมโดดเด่น เชียงคานเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำโขงที่กันเขตแดนไทย-ลาว และในอดีตเชียงคานก็มีประวัติศาสตร์ที่สัมพันธ์อยู่กับเมืองลาว โดยเมืองเชียงคานเดิมชื่อปากเหืองตั้งอยู่ที่ฝั่งประเทศลาว ต่อมาได้มีการอพยพโยกย้ายของผู้คนมาอยู่บ้านท่านาจันทร์ในฝั่งไทย และกลายเป็นเมืองเชียงคานในปัจจุบัน บรรพบุรุษของชาวเชียงคานจึงเป็นคนลาวที่ทำให้เชียงคานมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมบางอย่างที่คล้ายคลึงกับทางฝั่งลาว เช่น การตักบาตรข้าวเหนียว ภาษาพื้นถิ่น และอาหารการกินบางอย่างตัวเมืองเชียงคานในยุคแรกๆ จึงถือกำเนิดขึ้นตามแนวฝั่งโขง ก่อนที่จะขยายตัวออกไปเช่นในปัจจุบัน และเราจะยังสามารถเห็นภาพของชุมชนเก่าแก่ของเชียงคานในยุคดั้งเดิมได้จากอาคารบ้านเรือนที่เป็นอาคารไม้ปลูกเรียงรายอยู่ตามถนนศรีเชียงคานฝั่งล่าง หรือที่เรียกกันว่า “ถนนชายโขง” และภาพของอาคารไม้เก่าแก่ที่ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารแถว เพราะย่านนี้เคยเป็นย่านการค้าของเชียงคาน ซึ่งเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากขึ้นในปัจจุบัน ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนสะดุดกับเสน่ห์ของเชียงคานเป็นครั้งแรกถึงแม้ในปัจจุบันนี้อาคารไม้สองข้างถนนชายโขงหลายแห่งจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะส่วนใหญ่ถูกดัดแปลงเป็นที่พักในลักษณะของเกสต์เฮาส์เล็กๆ ร้านค้า และร้านอาหาร หรือ บางแห่งก็ถูกรื้อถอนและเปลี่ยนโฉมไปจากเดิมแต่สำหรับผู้คนที่โหยหาอดีต หรืออยากที่จะสัมผัสกับความแตกต่างของวิถีชีวิต อันหาไม่ได้ในเมืองหลวง เชียงคาน…ที่แม้จะเริ่มมีจริตจะก้านแปลกตาไปกว่าของดั้งเดิมบ้าง ก็ยังคงเรียกได้ว่ามีความ “น่ารัก” ที่เรียกร้องให้ผู้คนอยากเดินทางไปสัมผัสกันได้อยู่ แต่อย่ามัวแต่เดินชมบ้านเมือง ความเป็นเชียงคานไม่ได้อยู่แค่เสน่ห์ของบ้านเก่าที่เอาไว้เดินถ่ายรูป แต่เสน่ห์ของเชียงคานยังอยู่ที่ผู้คนที่ยินดีจะสังสันทน์เสวนาและบอกเล่าถึงความเป็นมาของเชียงคานให้ได้ฟัง หรือแม้แต่จะทักทายพูดคุยกันด้วยมิตรจิตมิตรใจแบบที่อาจจะหาได้ยากในเมืองหลวง

 Go to post page

November 28th, 2013 by admin

ไปเที่ยวพุทธมณฑลกันดีกว่า

อีกหนึ่งวันของการพักผ่อนสำหรับคนที่ไม่อยากตะลอนไกล เราจะชวนคุณไปใช้วันหยุดสุดสัปดาห์กับที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงในย่านพุทธมณฑลดูบ้างรับรองว่าชิลล์ไม่เบาเลยทีเดียว อาคารสีเหลืองเด่นที่ไม่ว่าใครไปถึงก็จะต้องถ่ายรูปด้วยเสมอ นี่คือสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ตัวอาคารจำลองแบบมาจากโรงถ่ายภาพยนตร์ศรีกรุงในอดีต ด้านในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงเรื่องราวของบุคคลที่สร้างสรรค์ภาพยนตร์ไทยมาตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี เปิดให้เข้าชมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันละ 3 รอบ เวลา 10.00 น. 13.00 น. และ 15.00 น. โดยทุกรอบมีวิทยากรนำชมและปิดท้ายด้วยการชมภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกๆ ที่หาดูได้ยาก นอกจากนี้ ยังมีกิจรรมจัดฉายภาพยนตร์วันละหนึ่งรอบในโรงภาพยนตร์ศรีศาลายา รวมถึงมีกิจกรรมกระทบไหล่ดาราดังโดยเชิญนักแสดงมาร่วมประทับฝ่ามือและรอยเท้าลงบนลานดาราเหมือนในฮอลลีวูดอีกด้วย ช่วงเช้าที่แดดยังไม่แรงนักเหมาะจะไปสัมผัสวิถีชีวิตริมสายน้ำของชาวคลองมหาสวัสดิ์ คลองเก่าแก่ที่ขุดขึ้นตั้งแต่พ.ศ. 2402 และกิจกรรมไฮไลต์ที่จัดไว้รอท่านักท่องเที่ยว ก็คือการพาล่องเรือเลียบคลอง มหาสวัสดิ์ผ่านจุดท่องเที่ยวต่างๆ 5 จุด เริ่มจากลงเรืออีแปะที่ท่าน้ำหน้าวัดสุวรรณรามแล้วมุ่งหน้าไปชมนาบัวกว้างใหญ่กว่า 20 ไร่ ไปดูการทำนาบัวเก็บบัว ลงบัว หรือคัดบัวก่อนส่งขายปากคลองตลาด ใครนึกสนุกอยากจะทดลองทำนาบัวสักครั้งในชีวิตก็ไม่มีใครว่า ถ้าไม่กลัวมอมไปซะก่อนจากนั้น เรือจะพาไปแวะต่อที่ศูนย์แปรรูปผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ ไปทดลองทำข้าวตังจากข้าวซ้อมมือ ซึ่งเป็นสินค้าโอท็อปของที่นี่ก่อนกลับยังพาไปชมสวนกล้วยไม้ขนาดใหญ่ที่ปลูกกล้วยไม้เพื่อการส่งออก แล้วแวะไปสนุกสนานกับการนั่งรถอีแต๋นเที่ยวสวนผลไม้ พร้อมช้อปปิ้งผลไม้จากสวนราคาย่อมเยากลับบ้าน

 Go to post page

November 13th, 2013 by admin